หมวดหมู่: สุขภาพทั่วไป

สาเหตุของโรคลำไส้อักเสบส่วนปลาย

โรคลำไส้อักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในส่วนลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นผลจากการติดเชื้อหรือได้รับสารพิษทั้งสิ้น โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

โรคลำไส้อักเสบฉับพลัน
ลำไส้อักเสบแบบเฉียบพลัน เกิดจากการติดเชื้อในลำไส้ หรือได้รับสารพิษ ซึ่งทั้งสองอย่างมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไปซึ่งมีสิ่งเหล่านั้นปะปน เชื้อที่พบมากในอาหารได้แก่ เชื้ออีโคไล โนโวไวรัส ซาลโมเนลลา ชิเกลลา ฯลฯ รวมถึงสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น ได้รับสารพิษเข้าไปในร่างกายผ่านระบบทางเดินอาหาร เช่น กินเห็ดพิษเข้าไป ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด แพ้สารอาหารบางอย่าง เช่น น้ำตาลแลคโตส กลูเต็น เป็นต้น

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ได้อธิบายไว้ว่า ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันที่ทำงานมากผิดปกติ ซึ่งพยายามกำจัดสิ่งแปลกปลอมและมีความเข้าผิดว่าลำไส้ของตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอม ต้องพยายามกำจัดทิ้ง จึงทำให้เกิดการอักเสบขึ้น คล้ายกับ “โรคพุ่มพวง” ต่างกันที่โรคพุ่มพวงทำให้เกิดการอักเสบได้ทุกส่วนในร่างกาย แต่โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังจะเกิดการอักเสบที่ระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก แบ่งออกเป็น 2 โรคใหญ่ ๆ คือ

Crohn’s disease
เกิดขึ้นที่ระบบอาหารตั้งแต่ปากถึงทวารหนักส่วนใดก็ได้ แต่โดยมากมักเกิดที่ลำไส้เล็กส่วนปลายและลำไส้ใหญ่ส่วนต้น
• ผนังลำไส้อักเสบบวมคล้ายฝี มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำจนช่องภายในลำไส้แคบลง และอาจกลายเป็นลำไส้อุดตันได้

• ผนังลำไส้อักเสบเป็นแผลลึกจนทะลุไปอวัยวะอื่นที่อยู่ติดกัน

• การอักเสบกระจายทั่วไปในลำไส้

Ulcerative colitis
แตกต่างจาก Crohn เพราะจะเกิดที่เฉพาะลำไส้ใหญ่เท่านั้น
ลักษณะของโรค จะเกิดขึ้นเฉพาะที่ผนังลำไส้เท่านั้น และผู้ป่วยมักมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น ข้ออักเสบ ตาอักเสบ ตับอักเสบ เป็นต้น

ตับต้องการวิตามิน เกลือแร่ และผลิตภัณฑ์ของSERGIS

วิตามินและเกลือแร่และผลิตภัณฑ์ของSERGIS ก็มีความจำเป็นต่อตับ

ตับของคนเรานั้นมีหน้าที่อยู่หลายอย่าง และต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีหยุดพัก ดังนั้นเราจึงต้องหารตัวช่วยในการทำงานและบำรุงตับของเราให้แข็งแรงเพื่อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยสารอาหารเหล่านี้มักพบได้ใน วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ หากได้รับอย่างเพียงพอแล้วล่ะก็ จะช่วยให้ตับแข็งแรง และทำงานได้อย่างเต็มที่

วิตามินและเกลือแร่นั้น มความสำคัญต่อตับอย่างมากเพราะ การทำงานของตับเองก็ต้องพึ่งวิตามินและเกลือแร่ เข้ามาเป็นส่วนช่วย ทั้งในการย่อยสลาย ให้พลังงาน หรือทดแทนส่วนที่ขาดหายไป ป้องกับตับฝ่อ และช่วยในการสร้างเซลล์ต่าง ๆ

ตัวอย่างของวิตามินที่มีความจำเป็นต่อตับ

  • วิตามิน เอ จะช่วยในเรื่องคุ้มครองเซลล์ เยื่อบุของตับให้มีความแข็งแรงทนทานต่อไวรัส
  • วิตามิน ซี จะช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับ ขับของเสียสารพิษออกจากตับ ที่อาจจะมาในอาหาร หรือสารปนเปื้อน
  • วิตามิน  ป้องกันเซลล์ตับจากสารอนุมูลอิสระ
  • ซีลีเนียม ป้องกันเซลล์ตับที่โดนโจมตี ไม่ให้เสียหาย และสามารถกลับมาใช้ใหม่ได้

ธาตุเหล็กหรือสังกะสี เป็นสารที่จำเป็นในการฟื้นฟูเซลล์ที่เสียหายของตับ โดยตับนั้นจำเป็นต้องได้รับเซลล์ที่ช่วยในการฟื้นฟูเพื่อทดแทนเซลล์ที่ถูกทำลาย เรามักจะพบเจอในอาหารประเภท ตับสัตว์ ข้าวกล้อง หรือถั่วชนิดต่าง ๆ

ถ้าพูดถึงสารอาหารที่ให้ธาตุเหล็กและสังกะสีมาก จะมีหอยนางรม พริกหวาน ตับสัตว์ ดังนั้น เราจึงควรรับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่พอดี เพื่อช่วยซ่อมแซมตับ อีกทั้งการรับประทานอาหารควรจะบริโภคแต่พอดี และมีประโยชน์ต่อร่างกาย

  • วิตามินเอ พบได้บ่อย ๆ ในอาหารจำพวก ปลาไหล ไข่แดง ตับสัตว์ กุยช่าย แครอท และปวยเล้งเป็นต้น
  • วิตามินบี 1 เนื้อหมู่ ถั่วชนิดต่าง ๆ ข้าวกล้อง
  • วิตามินบี 2 นม ไข่ไก เนื้อหมู นมผงพร่องมันเนย
  • วิตามินซี ผลไม้รสเปรี้ยว หรือชนิดต่าง ๆ อย่างเช่น ดอกกะหล่ำ มะเขือเทศ บร็อกโคลี่ มันฝรั่ง

อย่างไรก็ตามหากได้รับสารอาหารเหล่านี้อ่างเพียงพอ ก็จะช่วยให้ตับมีสุขภาพที่ดี