หมวดหมู่: สุขภาพทั่วไป

อาหารในการดำรงชีวิต

อาหารคือสิ่งที่มนุษย์เรานั้นต้องรับประทานกันทุกๆวันและมีความสำคัญอย่างมากในการดำรงชีวิต เพราะเรานั้นต้องรับประทานอาหารกันในทุกๆวัน และถ้าหากเจออาหารเดิมๆก็จะเกิดการเบื่ออาหารได้ เราควรคิดว่าในแต่ละวันเราควรรับประทานอะไรดี ที่ไม่มีความน่าเบื่อแต่ต้องมีความอร่อยและแปลกใหม่ ไม่ใช่อาหารเดิมๆ ที่เราทานบ่อยๆเลยทำให้เกิดอาการเบื่ออาหารไม่อยากรับประทานด้วย

อย่างไรอาหารก็ต้องเป็นสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตประจำวันของเราอย่างมาก เราจึงทานอาหารหรืออะไรที่สามารถใช้ทดแทนพลังงานกันได้ เพื่อที่จะไม่เกิดการขาดสารอาหารในร่างกายของเรา ทำให้สุขภาพร่างกายของเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ถ้าหากเราไม่รับประทานอาหารก็จะไม่มีพลังงานในการทำงาน

ประโยชน์ของการรับประทานอาหาร

เพราะอาหารบางอย่างสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของเราได้อย่างมาก จะช่วยกระตุ้นในการทำงานของระบบร่างกายของเราให้มีความทนทานต่อสิ่งต่างๆ และทำให้สุขภาพร่างกายของเรานั้นมีความแข็งแรงเจ็บปวดได้ยาก อย่างไรก็ขึ้นอยู่กับการเลือกรับประทานของเราว่าทานอาหารแบบไหนที่จะช่วยและเสริมสร้างร่างกายของเราได้ดีที่สุด

เราแนะนำว่าควรเป็นผักและผลไม้ เพราะมีวิตามินและเกลือแร่สูง จะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย รวมถึงผิวพรรณภายนอกของเราด้วย ให้ขาวใส ดูดี ผิวเปล่งประกาย เพราะพืชผักใบเขียวจะช่วยเสริมสร้างร่างกายของเราได้ดีทีเดียว แต่จะให้เกิดให้ดูดีและมีประสิทธิภาพอย่างมาก เราควรออกกำลังกายร่วมด้วยเพื่อให้เกิดผลดีอย่างมากกับร่างกายของเรา

ผลเสียของการรับประทานอาหาร

บางคนชอบและรักในการทานอาหารอย่างมาก จนมองข้ามสิ่งที่อาจจะทำร้ายร่างกายของเราได้เช่นกัน และอาหารที่มีการส่งผลเสียอย่างมากก็น่าจะเป็นพวก ของทอด ของมันหรือของย่าง เพราะจะมีน้ำมันเยอะมากอาจจะส่งผลให้ร่างกาย ของเรามีไขมันอุดตันได้ และการทานแต่ของย่างนั้นก็อาจจะส่งผลเสียได้เช่นกัน

เพราะอาหารที่ไหม้ อาจจะก่อให้เกิดโรคร้ายได้ ถ้าเรานั้นไม่รู้จักระวังและป้องกันตัวเองจากสิ่งเรานี้ก็จะให้เกิดผลเสียอย่างมากเลย ฉะนั้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์จึงมีความสำคัญต่อร่างกายของเราอย่างมากฉะนั้นเราควรทานแต่สิ่งที่ประโยชน์และควรออกกำลังกายร่วมด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานในแต่ละวันได้อย่างเต็มที่

ควรหมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของตัวเองด้วยยิ่งดีเพื่อเกิดการทำงานในร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุขภาพร่างกายของเราจะได้แข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันที่ดี จึงต้องใส่ใจตัวเองในเรื่องนี้ด้วยเพื่อการดำรงชีวิตประจำวันชองเราที่ดี

 

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์

หูอื้อ เวลาขึ้นเครื่องบินเพราะจ่ายเงินเยอะ จริงหรือ

ปัจจุบันการเดินทางที่เป็นที่นิยมมากขึ้นคือ การโดยสารโดยเครื่องบิน ราคาค่าตั๋วสำหรับการเดินทางในประเทศถือว่าจับต้องได้และไม่แพงมากจนเกินไป ประหยัดเวลาในการเดินทางไปมากเลยทีเดียว แต่มีปัญหาหนึ่งสำหรับหลายคนที่ขึ้นเครื่องบินจะต้องหูอื้อทุกครั้งเวลานั่งบนเครื่อง ซึ่งปัญหานี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน

เวลาเรานั่งเครื่องบินโดยส่วนใหญ่จะเริ่มเกิดอาการหูอื้อขึ้นได้ในช่วงที่มีการเปลี่ยนระดับความสูงอย่างรวดเร็วเช่นช่วงเครื่องกำลังขึ้นและช่วงที่เครื่องกำลังร่อนลง หลายคนต้องทนปวดหู หูอื้อและไม่มีความสุขขณะนั่งเครื่องบิน อาการที่ว่านี้เกิดจากการที่ความดันอากาศภายนอกกับภายในหูของเรามีค่าไม่เท่ากัน  ในช่วงที่เครื่องบินกำลังทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ความดันอากาศภายในหูชั้นกลางของเราจะสูงกว่าความดันภายนอก ทำให้เยื่อแก้วหูของเราดันตัวออกมาจึงทำให้รู้สึกตึงๆที่หูทั้งสองข้าง 

ในขณะที่เครื่องบินกำลังร่อนลงเพื่อจอดที่สนามบินปลายทาง ระดับความสูงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอีกครั้ง เมื่อความสูงเปลี่ยนอากาศรอบๆในแต่ละบริเวณก็เปลี่ยนไปเช่นกันทำให้ความดันอากาศภายนอกร่างกายของเราสูงมากกว่าภายในหูของคนเรา มีผลทำให้เยื่อแก้วหูถูกอากาศภายนอกดันจนยุบตัวลงซึ่งทำให้เกิดอาการหูอื้อขึ้นมา

แล้วเราจะต้องทนกับอาการหูอื้อแบบนี้ไปทุกครั้งเลยหรือ คำตอบคือ ไม่ เพราะมีวิธีป้องกันไม่ให้เกิดหูอื้อขณะเดินทางด้วยเครื่องบิน ง่ายๆเลยคือ เริ่มจากการกลืนน้ำลายบ่อยๆ บางคนจะรู้สึกอยากหาวขึ้นมาซะอย่างงั้น ก็ให้หาวบ่อยจะช่วยปรับระดับความดันอากาศของทั้งสองบริเวณให้มีค่าใกล้เคียงกันมากขึ้น อีกวิธีคือการเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆซึ่งเราอาจจะเริ่มเคี้ยวในช่วงที่คิดว่าเครื่องบินจะกำลังเปลี่ยนระดับความสูงอย่างรวดเร็ว และมีอีกวิธีที่ได้ผลดีคือ นอนหลับไปซะเลย ก็จะทำให้คุณไม่รู้สึกหูอื้อได้

อาการหูอื้อแบบนี้เกิดในสถานการณ์ไหนได้อีกนอกจากการนั่งเครื่องบิน ส่วนใหญ่จะพบได้เมื่อคุณไปอยู่ในที่สูงๆเช่นภูเขาหรือยอดดอย  ไปออกทริปปีนเขาพักค้างคืนบนยอดดอยเพื่อสัมผัสกับอากาศหนาว ทีนี้การที่เราไปอยู่บนสถานณ์ที่สูงๆดังกล่าว นอกจากจะทำให้คุณรู้สึกหูอื้อได้แล้วยังอาจทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียเพราะในที่สูงจะมีปริมาณอากาศน้อยลง พอเราไปอยู่สักครู่จะรู้สึกหายใจมากขึ้นเพราะร่างกายพยายามเก็บก๊าซออกซิเจนเข้ามาในร่างกายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้นคนที่ชอบเที่ยวแนวนี้ควรเตรียมความพร้อมของร่างกายให้ดีก่อนออกทริป เตือนแล้ววน่ะ!

 

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

ไม่กินอาหารตอนเช้า จะอ้วนขึ้นจริงหรือ?


ผู้ที่ไม่ทานมื้อเช้า หรือมีชีวิตที่เร่งรีบจากการเดินทางไปทำภาระกิจในช่วงเวลาเช้าแต่ละวัน จนถึงทำให้ไม่ค่อยได้กินข้าวในตอนเช้า นอกเหนือจากการที่จะเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคกระเพาะอักเสบแล้ว อาจจะก่อให้อ้วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กว่าเดิมได้อีกด้วย!

ไม่กินอาหารตอนเช้า จะอ้วนขึ้นจริงหรือ?
ใช่แล้วจ้ะ ใครๆ ก็รู้ดีว่าอาหารเช้านั้นสำคัญมากแค่ไหน เนื่องจากว่ามื้อเช้าเป็นมื้อแรกของวัน ตรงเวลาที่ร่างกายของพวกเราอยากได้พลังงานเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ไปทั้งวัน แถมยังไม่มีอะไรตกลงมาถึงกระเพาะตั้งแต่เมื่อคืนนี้ โดยเหตุนี้ถ้าพวกเราผ่านมื้อเช้า แล้วไปทานมื้อกลางวันเลย บางบุคคลบางทีก็อาจจะคุ้นชินจนถึงไม่รู้เรื่องสึกอะไร ขอให้รู้เอาไว้ว่ามันจะยิ่งทำให้เราหิวมาก กระทั่งทานมากจนเกินความจำเป็น ทำให้พลังงานสะสมภายในร่างกายมากเกินความจำเป็น ออกมาในรูปของไขมันส่วนเกินต่างๆ ได้นั่นเอง

ควรจะทานอะไรเป็นข้าวเช้า ถึงจะมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเยอะที่สุด?

ข้าวเช้าที่ดีที่สุดเป็นอาหารที่ประกอบไปด้วยสารอาหารขั้นต่ำ 2 อย่าง คือ

– คาร์โบไฮเดรต: แป้ง น้ำตาลจากผลไม้กับผัก ย่อยออกมาเป็นน้ำตาลกลูโคส และน้ำตาลเชิงเดี่ยว ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ที่ร่างกายอยากได้
รวมทั้งเพื่อไม่ให้ระดับกลูโคสน้อยลงระหว่างการเดินทางไปดำเนินการตลอดตอนเช้า และไม่ทำให้พวกเราหิวเร็วเกินความจำเป็น จะต้องทานผัก ผลไม้ โยเกิร์ต หรือโฮลเกรน

– โปรตีน – เนื้อสัตว์ ถั่ว นม ไข่ ช่วยควบคุมความต้องการของกินของพวกเราไปตลอดวัน โดยโปรตีนจะถูกย่อยให้เป็นเปปไทน์ ซึ่งเปปไทน์จะส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนที่ควบคุมความหิว การทานโปรตีนถึงทำให้พวกเราอิ่มได้นาน ไม่หิวจนกระทั่งต้องกินอาหารมากจนเกินความจำเป็นในมื้อต่อๆไป

ข้าวเช้าที่แนะนำให้ทานเพราะมีคุณประโยชน์ที่ดี

– โจ๊กหมู โจ๊กใส่ไข่ ข้าวต้มหมู

– โยเกิร์ตใส่ผลไม้ (กรีกโยเกิร์ต จะมีโปรตีนสูงยิ่งกว่าโยเกิร์ตทั่วๆ ไป)

– ข้าวโอ๊ต ใส่ผลไม้ นม

– ขนมปังโฮลวีต แซนวิช

มื้อเช้าเป็นมื้อที่ต้องมีให้ได้เลยนะคะ ตื่นตอนเช้าให้เร็วกว่าเดิมสัก 10 นาที พวกเราก็จะมีเวลากินอาหารในตอนเช้ากันแล้ว ครั้งนี้รับประกันว่าสุขภาพแข็งแรง ไม่อ้วนง่ายแน่ๆ

สาเหตุของโรคลำไส้อักเสบส่วนปลาย

โรคลำไส้อักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในส่วนลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นผลจากการติดเชื้อหรือได้รับสารพิษทั้งสิ้น โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

โรคลำไส้อักเสบฉับพลัน
ลำไส้อักเสบแบบเฉียบพลัน เกิดจากการติดเชื้อในลำไส้ หรือได้รับสารพิษ ซึ่งทั้งสองอย่างมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไปซึ่งมีสิ่งเหล่านั้นปะปน เชื้อที่พบมากในอาหารได้แก่ เชื้ออีโคไล โนโวไวรัส ซาลโมเนลลา ชิเกลลา ฯลฯ รวมถึงสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น ได้รับสารพิษเข้าไปในร่างกายผ่านระบบทางเดินอาหาร เช่น กินเห็ดพิษเข้าไป ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด แพ้สารอาหารบางอย่าง เช่น น้ำตาลแลคโตส กลูเต็น เป็นต้น

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ได้อธิบายไว้ว่า ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันที่ทำงานมากผิดปกติ ซึ่งพยายามกำจัดสิ่งแปลกปลอมและมีความเข้าผิดว่าลำไส้ของตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอม ต้องพยายามกำจัดทิ้ง จึงทำให้เกิดการอักเสบขึ้น คล้ายกับ “โรคพุ่มพวง” ต่างกันที่โรคพุ่มพวงทำให้เกิดการอักเสบได้ทุกส่วนในร่างกาย แต่โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังจะเกิดการอักเสบที่ระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก แบ่งออกเป็น 2 โรคใหญ่ ๆ คือ

Crohn’s disease
เกิดขึ้นที่ระบบอาหารตั้งแต่ปากถึงทวารหนักส่วนใดก็ได้ แต่โดยมากมักเกิดที่ลำไส้เล็กส่วนปลายและลำไส้ใหญ่ส่วนต้น
• ผนังลำไส้อักเสบบวมคล้ายฝี มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำจนช่องภายในลำไส้แคบลง และอาจกลายเป็นลำไส้อุดตันได้

• ผนังลำไส้อักเสบเป็นแผลลึกจนทะลุไปอวัยวะอื่นที่อยู่ติดกัน

• การอักเสบกระจายทั่วไปในลำไส้

Ulcerative colitis
แตกต่างจาก Crohn เพราะจะเกิดที่เฉพาะลำไส้ใหญ่เท่านั้น
ลักษณะของโรค จะเกิดขึ้นเฉพาะที่ผนังลำไส้เท่านั้น และผู้ป่วยมักมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น ข้ออักเสบ ตาอักเสบ ตับอักเสบ เป็นต้น

ตับต้องการวิตามิน เกลือแร่ และผลิตภัณฑ์ของSERGIS

วิตามินและเกลือแร่และผลิตภัณฑ์ของSERGIS ก็มีความจำเป็นต่อตับ

ตับของคนเรานั้นมีหน้าที่อยู่หลายอย่าง และต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีหยุดพัก ดังนั้นเราจึงต้องหารตัวช่วยในการทำงานและบำรุงตับของเราให้แข็งแรงเพื่อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยสารอาหารเหล่านี้มักพบได้ใน วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ หากได้รับอย่างเพียงพอแล้วล่ะก็ จะช่วยให้ตับแข็งแรง และทำงานได้อย่างเต็มที่

วิตามินและเกลือแร่นั้น มความสำคัญต่อตับอย่างมากเพราะ การทำงานของตับเองก็ต้องพึ่งวิตามินและเกลือแร่ เข้ามาเป็นส่วนช่วย ทั้งในการย่อยสลาย ให้พลังงาน หรือทดแทนส่วนที่ขาดหายไป ป้องกับตับฝ่อ และช่วยในการสร้างเซลล์ต่าง ๆ

ตัวอย่างของวิตามินที่มีความจำเป็นต่อตับ

  • วิตามิน เอ จะช่วยในเรื่องคุ้มครองเซลล์ เยื่อบุของตับให้มีความแข็งแรงทนทานต่อไวรัส
  • วิตามิน ซี จะช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับ ขับของเสียสารพิษออกจากตับ ที่อาจจะมาในอาหาร หรือสารปนเปื้อน
  • วิตามิน  ป้องกันเซลล์ตับจากสารอนุมูลอิสระ
  • ซีลีเนียม ป้องกันเซลล์ตับที่โดนโจมตี ไม่ให้เสียหาย และสามารถกลับมาใช้ใหม่ได้

ธาตุเหล็กหรือสังกะสี เป็นสารที่จำเป็นในการฟื้นฟูเซลล์ที่เสียหายของตับ โดยตับนั้นจำเป็นต้องได้รับเซลล์ที่ช่วยในการฟื้นฟูเพื่อทดแทนเซลล์ที่ถูกทำลาย เรามักจะพบเจอในอาหารประเภท ตับสัตว์ ข้าวกล้อง หรือถั่วชนิดต่าง ๆ

ถ้าพูดถึงสารอาหารที่ให้ธาตุเหล็กและสังกะสีมาก จะมีหอยนางรม พริกหวาน ตับสัตว์ ดังนั้น เราจึงควรรับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่พอดี เพื่อช่วยซ่อมแซมตับ อีกทั้งการรับประทานอาหารควรจะบริโภคแต่พอดี และมีประโยชน์ต่อร่างกาย

  • วิตามินเอ พบได้บ่อย ๆ ในอาหารจำพวก ปลาไหล ไข่แดง ตับสัตว์ กุยช่าย แครอท และปวยเล้งเป็นต้น
  • วิตามินบี 1 เนื้อหมู่ ถั่วชนิดต่าง ๆ ข้าวกล้อง
  • วิตามินบี 2 นม ไข่ไก เนื้อหมู นมผงพร่องมันเนย
  • วิตามินซี ผลไม้รสเปรี้ยว หรือชนิดต่าง ๆ อย่างเช่น ดอกกะหล่ำ มะเขือเทศ บร็อกโคลี่ มันฝรั่ง

อย่างไรก็ตามหากได้รับสารอาหารเหล่านี้อ่างเพียงพอ ก็จะช่วยให้ตับมีสุขภาพที่ดี