หมวดหมู่: สุขภาพทั่วไป

ไม่กินอาหารตอนเช้า จะอ้วนขึ้นจริงหรือ?


ผู้ที่ไม่ทานมื้อเช้า หรือมีชีวิตที่เร่งรีบจากการเดินทางไปทำภาระกิจในช่วงเวลาเช้าแต่ละวัน จนถึงทำให้ไม่ค่อยได้กินข้าวในตอนเช้า นอกเหนือจากการที่จะเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคกระเพาะอักเสบแล้ว อาจจะก่อให้อ้วนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กว่าเดิมได้อีกด้วย!

ไม่กินอาหารตอนเช้า จะอ้วนขึ้นจริงหรือ?
ใช่แล้วจ้ะ ใครๆ ก็รู้ดีว่าอาหารเช้านั้นสำคัญมากแค่ไหน เนื่องจากว่ามื้อเช้าเป็นมื้อแรกของวัน ตรงเวลาที่ร่างกายของพวกเราอยากได้พลังงานเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ไปทั้งวัน แถมยังไม่มีอะไรตกลงมาถึงกระเพาะตั้งแต่เมื่อคืนนี้ โดยเหตุนี้ถ้าพวกเราผ่านมื้อเช้า แล้วไปทานมื้อกลางวันเลย บางบุคคลบางทีก็อาจจะคุ้นชินจนถึงไม่รู้เรื่องสึกอะไร ขอให้รู้เอาไว้ว่ามันจะยิ่งทำให้เราหิวมาก กระทั่งทานมากจนเกินความจำเป็น ทำให้พลังงานสะสมภายในร่างกายมากเกินความจำเป็น ออกมาในรูปของไขมันส่วนเกินต่างๆ ได้นั่นเอง

ควรจะทานอะไรเป็นข้าวเช้า ถึงจะมีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเยอะที่สุด?

ข้าวเช้าที่ดีที่สุดเป็นอาหารที่ประกอบไปด้วยสารอาหารขั้นต่ำ 2 อย่าง คือ

– คาร์โบไฮเดรต: แป้ง น้ำตาลจากผลไม้กับผัก ย่อยออกมาเป็นน้ำตาลกลูโคส และน้ำตาลเชิงเดี่ยว ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ที่ร่างกายอยากได้
รวมทั้งเพื่อไม่ให้ระดับกลูโคสน้อยลงระหว่างการเดินทางไปดำเนินการตลอดตอนเช้า และไม่ทำให้พวกเราหิวเร็วเกินความจำเป็น จะต้องทานผัก ผลไม้ โยเกิร์ต หรือโฮลเกรน

– โปรตีน – เนื้อสัตว์ ถั่ว นม ไข่ ช่วยควบคุมความต้องการของกินของพวกเราไปตลอดวัน โดยโปรตีนจะถูกย่อยให้เป็นเปปไทน์ ซึ่งเปปไทน์จะส่งสัญญาณไปยังสมองส่วนที่ควบคุมความหิว การทานโปรตีนถึงทำให้พวกเราอิ่มได้นาน ไม่หิวจนกระทั่งต้องกินอาหารมากจนเกินความจำเป็นในมื้อต่อๆไป

ข้าวเช้าที่แนะนำให้ทานเพราะมีคุณประโยชน์ที่ดี

– โจ๊กหมู โจ๊กใส่ไข่ ข้าวต้มหมู

– โยเกิร์ตใส่ผลไม้ (กรีกโยเกิร์ต จะมีโปรตีนสูงยิ่งกว่าโยเกิร์ตทั่วๆ ไป)

– ข้าวโอ๊ต ใส่ผลไม้ นม

– ขนมปังโฮลวีต แซนวิช

มื้อเช้าเป็นมื้อที่ต้องมีให้ได้เลยนะคะ ตื่นตอนเช้าให้เร็วกว่าเดิมสัก 10 นาที พวกเราก็จะมีเวลากินอาหารในตอนเช้ากันแล้ว ครั้งนี้รับประกันว่าสุขภาพแข็งแรง ไม่อ้วนง่ายแน่ๆ

สาเหตุของโรคลำไส้อักเสบส่วนปลาย

โรคลำไส้อักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในส่วนลำไส้เล็ก และลำไส้ใหญ่ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นผลจากการติดเชื้อหรือได้รับสารพิษทั้งสิ้น โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

โรคลำไส้อักเสบฉับพลัน
ลำไส้อักเสบแบบเฉียบพลัน เกิดจากการติดเชื้อในลำไส้ หรือได้รับสารพิษ ซึ่งทั้งสองอย่างมาจากอาหารที่รับประทานเข้าไปซึ่งมีสิ่งเหล่านั้นปะปน เชื้อที่พบมากในอาหารได้แก่ เชื้ออีโคไล โนโวไวรัส ซาลโมเนลลา ชิเกลลา ฯลฯ รวมถึงสาเหตุอื่น ๆ ที่อาจพบได้ เช่น ได้รับสารพิษเข้าไปในร่างกายผ่านระบบทางเดินอาหาร เช่น กินเห็ดพิษเข้าไป ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด แพ้สารอาหารบางอย่าง เช่น น้ำตาลแลคโตส กลูเต็น เป็นต้น

โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้านโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง ได้อธิบายไว้ว่า ผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันที่ทำงานมากผิดปกติ ซึ่งพยายามกำจัดสิ่งแปลกปลอมและมีความเข้าผิดว่าลำไส้ของตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอม ต้องพยายามกำจัดทิ้ง จึงทำให้เกิดการอักเสบขึ้น คล้ายกับ “โรคพุ่มพวง” ต่างกันที่โรคพุ่มพวงทำให้เกิดการอักเสบได้ทุกส่วนในร่างกาย แต่โรคลำไส้อักเสบเรื้อรังจะเกิดการอักเสบที่ระบบทางเดินอาหารเป็นหลัก แบ่งออกเป็น 2 โรคใหญ่ ๆ คือ

Crohn’s disease
เกิดขึ้นที่ระบบอาหารตั้งแต่ปากถึงทวารหนักส่วนใดก็ได้ แต่โดยมากมักเกิดที่ลำไส้เล็กส่วนปลายและลำไส้ใหญ่ส่วนต้น
• ผนังลำไส้อักเสบบวมคล้ายฝี มีลักษณะตะปุ่มตะป่ำจนช่องภายในลำไส้แคบลง และอาจกลายเป็นลำไส้อุดตันได้

• ผนังลำไส้อักเสบเป็นแผลลึกจนทะลุไปอวัยวะอื่นที่อยู่ติดกัน

• การอักเสบกระจายทั่วไปในลำไส้

Ulcerative colitis
แตกต่างจาก Crohn เพราะจะเกิดที่เฉพาะลำไส้ใหญ่เท่านั้น
ลักษณะของโรค จะเกิดขึ้นเฉพาะที่ผนังลำไส้เท่านั้น และผู้ป่วยมักมีอาการร่วมอื่นๆ เช่น ข้ออักเสบ ตาอักเสบ ตับอักเสบ เป็นต้น

ตับต้องการวิตามิน เกลือแร่ และผลิตภัณฑ์ของSERGIS

วิตามินและเกลือแร่และผลิตภัณฑ์ของSERGIS ก็มีความจำเป็นต่อตับ

ตับของคนเรานั้นมีหน้าที่อยู่หลายอย่าง และต้องทำงานตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีหยุดพัก ดังนั้นเราจึงต้องหารตัวช่วยในการทำงานและบำรุงตับของเราให้แข็งแรงเพื่อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยสารอาหารเหล่านี้มักพบได้ใน วิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ หากได้รับอย่างเพียงพอแล้วล่ะก็ จะช่วยให้ตับแข็งแรง และทำงานได้อย่างเต็มที่

วิตามินและเกลือแร่นั้น มความสำคัญต่อตับอย่างมากเพราะ การทำงานของตับเองก็ต้องพึ่งวิตามินและเกลือแร่ เข้ามาเป็นส่วนช่วย ทั้งในการย่อยสลาย ให้พลังงาน หรือทดแทนส่วนที่ขาดหายไป ป้องกับตับฝ่อ และช่วยในการสร้างเซลล์ต่าง ๆ

ตัวอย่างของวิตามินที่มีความจำเป็นต่อตับ

  • วิตามิน เอ จะช่วยในเรื่องคุ้มครองเซลล์ เยื่อบุของตับให้มีความแข็งแรงทนทานต่อไวรัส
  • วิตามิน ซี จะช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับ ขับของเสียสารพิษออกจากตับ ที่อาจจะมาในอาหาร หรือสารปนเปื้อน
  • วิตามิน  ป้องกันเซลล์ตับจากสารอนุมูลอิสระ
  • ซีลีเนียม ป้องกันเซลล์ตับที่โดนโจมตี ไม่ให้เสียหาย และสามารถกลับมาใช้ใหม่ได้

ธาตุเหล็กหรือสังกะสี เป็นสารที่จำเป็นในการฟื้นฟูเซลล์ที่เสียหายของตับ โดยตับนั้นจำเป็นต้องได้รับเซลล์ที่ช่วยในการฟื้นฟูเพื่อทดแทนเซลล์ที่ถูกทำลาย เรามักจะพบเจอในอาหารประเภท ตับสัตว์ ข้าวกล้อง หรือถั่วชนิดต่าง ๆ

ถ้าพูดถึงสารอาหารที่ให้ธาตุเหล็กและสังกะสีมาก จะมีหอยนางรม พริกหวาน ตับสัตว์ ดังนั้น เราจึงควรรับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณที่พอดี เพื่อช่วยซ่อมแซมตับ อีกทั้งการรับประทานอาหารควรจะบริโภคแต่พอดี และมีประโยชน์ต่อร่างกาย

  • วิตามินเอ พบได้บ่อย ๆ ในอาหารจำพวก ปลาไหล ไข่แดง ตับสัตว์ กุยช่าย แครอท และปวยเล้งเป็นต้น
  • วิตามินบี 1 เนื้อหมู่ ถั่วชนิดต่าง ๆ ข้าวกล้อง
  • วิตามินบี 2 นม ไข่ไก เนื้อหมู นมผงพร่องมันเนย
  • วิตามินซี ผลไม้รสเปรี้ยว หรือชนิดต่าง ๆ อย่างเช่น ดอกกะหล่ำ มะเขือเทศ บร็อกโคลี่ มันฝรั่ง

อย่างไรก็ตามหากได้รับสารอาหารเหล่านี้อ่างเพียงพอ ก็จะช่วยให้ตับมีสุขภาพที่ดี