ผู้เขียน: admin

ลดอาการบมน้ำด้วยผลไม้ 5 ชนิด

อาการบวมน้ำในร่างกายของเราเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งจากอาการเจ็บป่วย การแพ้ยาบางชนิด รวมทั้งจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตผิดๆ บางอย่าง อย่างการกินอาหารที่มีรสจัด โดยเฉพาะรสเค็มจัดและเผ็ดจัด เพราะเกลือมีส่วนในการเพิ่มปริมาณของเหลวในร่างกาย จึงส่งผลทำให้เกิดอาการบวมน้ำ แต่การกินอาหารหลายๆ ชนิดก็สามารถช่วยลดอาการบวมน้ำลงได้ ลองไปดูกันดีกว่ามีอะไรที่กินแล้วช่วยให้รูปร่างดี ไม่มีปัญหาเรื่องบวมน้ำให้ต้องกังวลใจอีกต่อไป

1. กล้วยหอม

กล้วยหอม ถือเป็นอาหารลดน้ำหนักของหลายๆ คน เพราะจะช่วยให้อยู่ท้อง ไม่ทำให้รู้สึกหิวบ่อย นอกจากนี้ ยังช่วยเรื่องระบบขับถ่าย ป้องกันอาการท้องผูก เนื่องจากกล้วยเป็นแหล่งของไฟเบอร์สูง ไม่เพียงเท่านั้น กล้วยหอมยังมีวิตามินและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายหลายชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ วิตามินบี1 และบี2 ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของการเผาผลาญน้ำตาลและไขมันในร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยไม่ให้ตัวบวมจากการสะสมของไขมันส่วนเกินได้นั่นเอง

2. ส้ม

แม้จะดูเป็นผลไม้พื้นๆ หากินได้ทั่วไป แต่ส้ม ก็ถือเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ให้ประโยชน์หลายอย่างต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการช่วยสร้างภูมิคุ้มกันจากวิตามินซี แก้ท้องผูก มีส่วนช่วยในการปรับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดความดันเลือด และดีต่อหัวใจ เพราะมีโพแทสเซียมที่ช่วยในการไหลเวียนของเลือดและยังช่วยควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจให้เหมาะสม ซึ่งเมื่อระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ย่อมส่งผลต่อการมีสุขภาพและรูปร่างที่ดีตามไปด้วย

3. แตงโม

คนที่อยากลดน้ำหนัก แตงโมถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะเป็นผลไม่ที่มีรสหวาน แต่แคลอรีต่ำ นอกจากนี้ ยังมีส่วนช่วยป้องกันไม่ให้ตัวบวม เนื่องจากแตงโมจะช่วยลดการสะสมของไขมันเลวในร่างกาย และในแตงโมยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นไลโคปีนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดมะเร็ง วิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตา รวมทั้งยังช่วยบำรุงผิวและเส้นผม ตลอดจนช่วยล้างสารพิษในร่างกาย

4. สับปะรด

สับปะรด เป็นผลไม้ที่นิยมกินเป็นของหวานหรือของว่างหลังจากกินอาหารมื้อหลัก โดยกินสับปะรดแล้วจะช่วยลดอาการแน่นท้อง เนื่องจากในสับปะรดมีคุณสมบัติช่วยย่อยอาหารจำพวกโปรตีน ช่วยแก้อาการท้องผูก ดีต่อการทำงานของระบบขับถ่าย นอกจากนี้ ยังช่วยลดและรักษาอาการบวมน้ำ ใครที่รู้สึกว่าตามร่างกายมีไขมันส่วนเกิน ก็ต้องลองกินสับปะรดเป็นประจำ รับรองจะช่วยแก้ปัญหาได้ไม่มากก็น้อย

5. แตงกวา

ในแตงกวามีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า เควอซิทิท ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดอาการตัวบวม โดยแตงกวาสามารถช่วยขับปัสสาวะ ลดการสะสมน้ำที่เกินความจำเป็นในร่างกาย ถือเป็นอาหารที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีมากๆ สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนัก

นอกจากการกินอาหารเหล่านี้เพื่อลดอาการบวมน้ำแล้ว สาวๆ ก็ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ โดยหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัด ตลอดจนขนมกรุบกรอบต่างๆ ที่ปรุงแต่งรส เพราะขนมเหล่านี้ล้วนมีโซเดียมที่ทำให้บวมน้ำค่อนข้างมากนั่นเอง หันมากินผักผลไม้และดื่มน้ำสะอาดมากๆ ควบคู่กับการออกกำลังกายเป็นประจำจะดีกว่า แต่หากอาการบวมน้ำยังไม่ดีขึ้น แนะนำให้ปรึกษาแพทย์จะดีที่สุด

รักสุขภาพ รีบเปลี่ยนตัวเองเพื่อสุขภาพที่แข็งแรง

อยากลดความอ้วน อยากเลิกกินฟาสต์ฟู้ด อยากออกกำลังกาย อยากใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้น ฯลฯ คือปณิธานชีวิตดีที่เรามักตั้งกันไว้แต่ทำไม่ได้ ก็คลาสโยคะมันไม่ตรงกับวันว่าง ก็จะดูซีรีส์ให้ฟินมันต้องกินไปด้วย ก็เดือนนี้เพื่อนไม่ว่างมาเตะบอลพร้อมกัน ก็กินฟาสต์ฟู้ดมันง่ายดี…

แต่ก็นั่นแหละ สักพักเราก็จะตั้งปณิธานเดิมใหม่ แล้วก็ล้มเหลวใหม่อีกครั้งหนึ่ง

คำแนะนำขวานผ่าซากก็คือ Don’t Think, Just Do กล่าวคือไม่ต้องคิด ไม่ต้องรู้สึก ไม่ต้องหาเหตุผล ทำๆ ไปเดี๋ยวสมองจะเซ็ตระบบใหม่รองรับเอง แต่เอาเข้าจริงมันก็นามธรรมซะจนชวนให้ล้มเหลวอีกครั้ง จึงขอแถมวิธีจาก B.J. Fogg ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญทฤษฎีพฤติกรรมมนุษย์ และ Charles Duhigg นักเขียนรางวัลพูลิซเซอร์ผู้ถ่ายทอดวิธีเปลี่ยนนิสัยในรูปแบบหนังสือ ซึ่งเราว่า วิธีเหล่านี้น่าจะเป็นแนวทางที่ประนีประนอมระหว่างสมองกับหัวใจได้ดีเลยแหละ

3 สเต็ป สำหรับสตาร์ทนิสัยใหม่

สเต็ปที่ 1 : เล็ก ง่าย ทำได้จริง

เป้าหมายประเภทอยากลดความอ้วน อยากออกกำลังกาย อยากกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพมันแอ๊บสแตรกต์เกินไปน่ะ เพราะมันกว้างจนชวนให้ต้องคิดเสมอว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่ถ้ากำหนดไว้เลยว่า ห้ามกินเฟรนช์ฟรายเด็ดขาด ไม่ใช้บันไดเลื่อน ยังไงก็ต้องกินมื้อเช้า วิ่งรอบสวนสองรอบ แล้วทำให้ได้ โอกาสสำเร็จจะง่ายดายขึ้น

สเต็ปที่ 2 : เพิ่มเติมอีกนิด

หลังจากเป้าหมายเล็กๆ เริ่มเข้าที่ ให้เพิ่มสารกระตุ้นด้วยโจทย์ข้อใหม่ๆ ที่ต่อคิวจากพฤติกรรมเดิม เช่น วิ่งรอบสวน 2 รอบได้แล้ว ให้ท้าทายตัวเองให้วิ่งต่ออีก 10 นาที วิ่งสองรอบได้แล้ว ลองเดินไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้สวนซื้อวัตถุดิบไปทำมื้อเช้าดีๆ สมองจะเสพติดสารกระตุ้นนี้และสั่งให้เราอยากทำมันต่อไป

สเต็ปที่ 3 : ต้องทำให้ได้ใน 3 วัน 7 วัน

รีบทำให้พฤติกรรมเหล่านี้ ‘ง่าย’ ภายในสัปดาห์แรกที่เริ่มต้น เพื่อให้สมองสนองตอบเงื่อนไขที่วางไว้และบรรจุเป็นพฤติกรรมใหม่ได้อย่างราบรื่นและไม่กลับมาล้มเหลวเหมือนที่ผ่านๆ มา